เช็คลิสต์รับรถ ORA 5 2026 — ตรวจ 9 หมวดก่อนเซ็นรับรถ พร้อมรูปโหลดได้
เช็คลิสต์รับรถ ORA 5 ครบ 9 หมวด — เอกสาร ภายนอก ภายใน จอ ADAS ระบบชาร์จ ทดลองขับ และ 5 จุดห้ามพลาด พร้อมรูปเช็คลิสต์ทางการให้บันทึกไปใช้ตรวจที่ศูนย์
📋 ใช้คู่กับบทความนี้
เลื่อนลงไปมีรูปเช็คลิสต์ฉบับเต็มให้บันทึก/แคปไว้เปิดตอนตรวจรับรถที่ศูนย์ได้เลย — ส่วนเนื้อหาด้านล่างอธิบายว่าแต่ละข้อ "ทำไมต้องตรวจ" เพื่อให้คุณตรวจเป็น ไม่ใช่แค่ติ๊กตามช่อง
วันรับรถใหม่ป้ายแดงคือวันที่ตื่นเต้นที่สุด แต่ก็เป็นวันที่ห้ามรีบที่สุดเหมือนกัน เพราะปัญหาที่เจอ "ก่อนเซ็น" ต่อรองให้ศูนย์แก้ได้ง่ายกว่า "หลังเซ็น" แบบคนละเรื่อง — โดยเฉพาะกับ ORA 5 ที่เป็นรถใหม่เพิ่งขึ้นไลน์ประกอบในไทย ล็อตแรกมีรายงานเรื่องงานประกอบอยู่บ้าง (เรารวบรวมไว้ในบทความปัญหา ORA 5 ล็อตแรก) บทความนี้คือเช็คลิสต์ตรวจรับรถ 9 หมวด + 5 จุดห้ามพลาด อธิบายแบบเข้าใจว่าทำไมต้องดูตรงไหน
1. เอกสารและอุปกรณ์ — เช็กให้ครบก่อนเซ็น
ของหายตอนรับรถคือเรื่องตามคืนยากที่สุด เช็กให้ครบ: ใบส่งมอบรถ/สัญญาซื้อขาย, คู่มือการใช้งาน, สมุดรับประกัน, เอกสารประกันภัยชั้น 1, กุญแจ 2 ดอก, สายชาร์จ AC (Type 2), อุปกรณ์ V2L (ถ้ามีในชุด), เอกสารสิทธิ์ Wallbox (ถ้ามีโปร), ใบเสร็จ/เอกสารโปรโมชัน และที่คนลืมบ่อยสุดคือ ตรวจสอบวันเริ่มต้นการรับประกันว่าตรงกับวันรับรถ ไม่ใช่วันที่รถออกจากโรงงาน — เพราะวอร์รันตีแบต 8 ปี / 180,000 กม. ควรเริ่มนับจากวันที่รถถึงมือคุณ
2. ภายนอกรถ — ส่องกลางแดด ไม่ใช่ใต้ไฟโชว์รูม
หมวดนี้คือที่เจอปัญหาล็อตแรกบ่อยสุด ไล่ดู: สีตัวถังสม่ำเสมอ ไม่มีรอยบุบ/ขีดข่วน, แนวร่อง (gap) ของกระจก ประตู ฝาท้าย เท่ากันทั้งซ้าย-ขวา, กระจกทุกบานไม่มีรอยร้าว, ไฟหน้า LED/DRL และไฟท้าย/เบรก/เลี้ยว/ถอย ทำงานครบ, ที่ปัดน้ำฝนสภาพใหม่, ล้อแม็กไม่มีรอย
สองจุดที่คนมองข้าม: ยางทั้ง 4 เส้นต้องผลิตไม่เกิน 1 ปี (ดูรหัส DOT บนแก้มยาง — ตัวเลข 4 หลักท้ายคือสัปดาห์/ปีที่ผลิต) เพราะรถจอดสต็อกนานยางก็เก่าทั้งที่รถใหม่ และแรงดันลมยางควรอยู่ราว 36-38 PSI ส่วนแนวประกอบที่ไม่เท่าหรือสีมีตำหนิ — ให้ส่องกลางแดดจริง เพราะใต้ไฟโชว์รูมตำหนิงานสีแทบมองไม่เห็น
3. ภายในห้องโดยสาร — นั่งจริงทุกตำแหน่ง
เปิดประตูเข้าไปลองจริง: เบาะหนังไม่มีรอย/คราบ/ฉีกขาด, เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ทุกทิศ, Memory Seat บันทึกตำแหน่งได้, ระบบอุ่นเบาะ (ถ้ามีในรุ่น) ทำงาน, พวงมาลัยปรับขึ้น-ลง/เข้า-ออกได้, แอร์เย็นปกติไม่มีเสียงผิดปกติ, กระจกไฟฟ้าทุกบาน Auto ขึ้น-ลง, ไฟในห้องโดยสารครบทุกจุด, ช่องเก็บของ/ที่วางแก้วไม่มีรอยชำรุด
เคล็ดเฉพาะ ORA 5: ล็อตแรกมีรายงานเรื่องระยะห่างเบาะคนขับกับคนนั่งไม่เท่ากัน — ลองนั่งเทียบสองฝั่งและดูความเรียบร้อยของการติดตั้งเบาะ ถ้าเจอให้ศูนย์บันทึกไว้ รายละเอียดเรื่องนี้อยู่ในบทความปัญหา ORA 5
4. หน้าจอและระบบมัลติมีเดีย — จอเอียงคือสิ่งต้องจับ
จอไม่มี Dead Pixel (จุดดับ), จอสัมผัสตอบสนองปกติ, ตั้งภาษาไทยได้, เชื่อม Bluetooth ได้, Apple CarPlay / Android Auto ใช้งานได้, ลำโพงดังครบทุกตัว, กล้องถอยหลังชัดเจน, กล้อง 360° แสดงภาพรอบคันครบ, ช่อง USB ใช้ได้ทุกช่อง, Wireless Charger (ถ้ามีในรุ่น) ชาร์จได้จริง
จุดที่ต้องจับเป็นพิเศษ: ดูว่าจอคนขับและจอกลางติดตั้งตรง ไม่เอียง ไม่มีช่องห่างผิดปกติ เพราะนี่คือหนึ่งในเคสที่เจอในรถล็อตแรก เห็นชัดตอนนั่งหลังพวงมาลัยจริง
5. ระบบช่วยขับ ADAS — ลองจริงอย่างน้อยหนึ่งระบบ
เช็กว่าฟีเจอร์ที่จ่ายเงินมาใช้ได้จริง: Adaptive Cruise Control (ACC), Lane Keeping Assist (LKA), Lane Centering (LCC), Blind Spot Monitoring (BSM), Rear Cross Traffic Alert (RCTA), Traffic Sign Recognition (TSR), Automatic Emergency Braking (AEB), Forward Collision Warning (FCW) และเซ็นเซอร์รอบคันทำงานปกติ (บางรายการมีเฉพาะรุ่น ULTRA — เทียบรุ่นย่อยได้ที่ บทความ PRO vs ULTRA)
6. ระบบชาร์จและไฟฟ้า — ทดลองเสียบจริงก่อนออกจากศูนย์
หัวใจของรถ EV ที่คนตื่นเต้นจนลืมตรวจ: ระดับแบตเตอรี่ปกติไม่มีไฟเตือน, ทดลองชาร์จ AC ที่ศูนย์จริง, หัวชาร์จล็อก/ปลดล็อกได้ปกติ, ฝาช่องชาร์จเปิด-ปิดปกติ, สายชาร์จ AC ไม่มีรอยชำรุด, อุปกรณ์ V2L ใช้งานได้ และถ้ามี ทดลอง V2L จ่ายไฟออก 6 kW ดูว่าจ่ายไฟได้จริง
ข้อนี้คือ 1 ใน 5 จุดห้ามพลาด — เพราะถ้ากลับบ้านไปเจอว่าชาร์จไม่เข้าหรือหัวล็อกค้าง ต้องลากรถกลับศูนย์ ทดลองเสียบชาร์จที่ศูนย์ 5 นาทีจบ ป้องกันปัญหาใหญ่ได้ (วิธีชาร์จและหัวชาร์จ Type 2 / CCS2 อ่านเพิ่มที่ไกด์การชาร์จรถ ORA)
7. ทดลองขับ — ขับวนก่อนเซ็น
ขอลองขับวนรอบศูนย์ก่อนเซ็น: พวงมาลัยไม่ดึงซ้าย/ขวาเมื่อปล่อยมือเบาๆ บนทางตรง, เบรกทำงานปกติไม่มีเสียงผิดปกติ, เร่งแซง/ออกตัวได้ดี, ช่วงล่างนุ่มนวลไม่มีเสียงกระทก, ไม่มีเสียงลม/เสียงผิดปกติที่ความเร็วสูง, ระบบช่วยขับทำงานได้จริง
อาการวิ่งเอียงไปทางซ้ายเมื่อปล่อยพวงมาลัยเป็นเคสที่มีรายงานในรถล็อตแรก ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการตั้งศูนย์ล้อใหม่ — ถ้าเจอตอนทดลองขับให้ศูนย์ตรวจและแก้ก่อนรับ อย่ายอมรับคำว่า "ปกติ" ง่ายๆ
8. จุดสำคัญที่ต้องบันทึก — จดไว้ใช้ตอนเคลม
ก่อนออกจากศูนย์ จด/ถ่ายรูปเก็บไว้: เลข VIN, เลขมอเตอร์ไฟฟ้า, เลขไมล์ตอนรับรถ, ระดับแบตเตอรี่ (%), วันส่งมอบ, เวอร์ชันซอฟต์แวร์ และถ่ายรูปรอบคัน (รวมวิดีโอ) เก็บเป็นหลักฐานสภาพรถวันรับ — ข้อมูลชุดนี้มีค่ามากเวลาต้องเคลมประกันหรือมีข้อโต้แย้งภายหลัง
9. ก่อนเซ็นรับรถ — ปิดงานให้เรียบร้อย
เช็กรายการสุดท้าย: อัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุด, เชื่อมต่อแอป GWM เรียบร้อย, ลอง ล็อก/ปลดล็อกรถผ่านแอป, ตรวจของแถมครบ, ตรวจสอบสิทธิ์ Wallbox (ถ้ามี), ตรวจประกันภัยเรียบร้อย, ตั้งโปรไฟล์ผู้ขับ, รับกุญแจและอุปกรณ์ครบทุกชิ้น
5 จุดห้ามพลาด — ถ้าจะจำแค่อย่างเดียว จำ 5 ข้อนี้
- ตรวจสีรถกลางแดดจริง — ใต้ไฟโชว์รูมตำหนิงานสีมองไม่เห็น
- เช็กปีผลิตยาง (รหัส DOT) — ต้องไม่เกิน 1 ปี ทั้ง 4 เส้น
- ทดลองชาร์จจริงก่อนขับออกจากศูนย์ — กันปัญหาชาร์จไม่เข้า/หัวล็อกค้าง
- ทดลองระบบช่วยขับอย่างน้อย 1 ครั้ง — ฟีเจอร์ที่จ่ายเงินมาต้องใช้ได้จริง
- ถ่ายวิดีโอรอบคันก่อนออกจากศูนย์ — หลักฐานสภาพรถวันรับ
สรุป
เช็คลิสต์นี้ดูเยอะ แต่ใช้เวลาจริงแค่ราว 30-45 นาที — เทียบกับความปวดหัวของการวิ่งเข้าออกศูนย์ทีหลัง ถือว่าคุ้มมาก แคปรูปเช็คลิสต์ด้านบนไว้เปิดตอนตรวจ แล้วไล่ทีละหมวด ใครเจอปัญหาให้ศูนย์บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร อย่ารับปากปากเปล่า ส่วนข้อมูลรุ่น สเปค และราคาเต็มดูได้ที่หน้า ORA 5 EV / ORA 5 HEV และอ่านปัญหาที่ควรรู้ก่อนรับรถต่อที่ รวมปัญหา ORA 5 ล็อตแรก
ทริคจากทีม ORAHEV: ไปรับรถให้พาคนที่ "ใจเย็นและช่างสังเกต" ไปด้วยอีกคน — ตัวเราตอนรับรถใหม่มักตื่นเต้นจนมองข้ามรายละเอียด มีคนช่วยไล่เช็คลิสต์อีกแรงคือการลงทุนที่คุ้มที่สุดของวันนั้น
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจรับรถ ORA 5 ต้องดูอะไรบ้าง?
แบ่งเป็น 9 หมวด: (1) เอกสารและอุปกรณ์ (2) ภายนอกรถ (3) ภายในห้องโดยสาร (4) หน้าจอและมัลติมีเดีย (5) ระบบช่วยขับ ADAS (6) ระบบชาร์จและไฟฟ้า (7) ทดลองขับ (8) จุดสำคัญที่ต้องบันทึก (เลข VIN เลขมอเตอร์ เลขไมล์ ระดับแบต) และ (9) ก่อนเซ็นรับรถ ปิดท้ายด้วย 5 จุดห้ามพลาด
ทำไมต้องตรวจรถให้ละเอียดก่อนเซ็นรับ?
เพราะปัญหาที่เจอตอนตรวจ ต่อรองให้ศูนย์แก้ก่อนรับได้ง่ายกว่ามาก พอเซ็นรับไปแล้วกลายเป็นภาระของเราที่ต้องวิ่งเข้าออกศูนย์ — รถ ORA 5 ล็อตแรกมีเคสจอติดตั้งเอียง งานสีมีตำหนิ เบาะไม่เท่ากัน และใบปัดน้ำฝนมีเสียง ซึ่งทั้งหมดควรเจอตั้งแต่วันตรวจ
5 จุดห้ามพลาดตอนรับรถ ORA 5 คืออะไร?
(1) ตรวจสีรถกลางแดดจริง ไม่ใช่ใต้ไฟโชว์รูม (2) เช็กปีผลิตยาง (รหัส DOT) ต้องไม่เกิน 1 ปี (3) ทดลองชาร์จจริงก่อนขับออกจากศูนย์ (4) ทดลองระบบช่วยขับอย่างน้อย 1 ครั้ง และ (5) ถ่ายวิดีโอรอบคันก่อนออกจากศูนย์ไว้เป็นหลักฐาน
ควรบันทึกข้อมูลอะไรไว้ตอนรับรถ?
จดเลข VIN, เลขมอเตอร์ไฟฟ้า, เลขไมล์ตอนรับ, ระดับแบตเตอรี่ (%), วันส่งมอบ และเวอร์ชันซอฟต์แวร์ พร้อมถ่ายรูปรอบคันเก็บไว้ — ข้อมูลชุดนี้ใช้อ้างอิงเวลาเคลมประกันหรือมีปัญหาภายหลัง