ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ความรู้ EV · อ่าน 11 นาที

ORA 5 EV หรือ HEV คุ้มกว่า? กางตารางศูนย์จริง คำนวณยาว 30 ปี (แนบ PDF)

กางตารางบำรุงรักษาทางการ GWM ทั้ง EV และ HEV คำนวณ 2 แบบ — ตาม PDF เป๊ะ และสะสมทุก 5 ปีถึง 30 ปี รวมค่าชาร์จ wallbox มิเตอร์ TOU ค่าน้ำมัน แนบ PDF ให้โหลด

เทียบค่าใช้จ่ายระยะยาว ORA 5 EV กับ HEV

บทความนี้เกิดจากความสงสัยส่วนตัวล้วนๆ — ผมขับน้อย เดือนละพันกว่าโล แล้วโดนคำพูดคลาสสิก "ขับน้อยซื้อไฮบริดสิ EV ต้องขับเยอะถึงคุ้ม" หลอกหลอนมาตลอด เลยตัดสินใจทำสิ่งที่คนขี้สงสัยควรทำ: โหลดตารางบำรุงรักษาทางการของ GWM มากางไล่ทีละช่อง ทีละบรรทัด ทั้งฝั่ง EV และ HEV แล้วนั่งกดเครื่องคิดเลขเอง ผลที่ได้บอกเลยว่าพลิกความเชื่อเดิมพอสมควร — และผมแนบไฟล์ PDF ต้นฉบับไว้ให้โหลดไปไล่ดูเองด้วย ไม่ต้องเชื่อผม ดูเอกสารเองได้เลย

แนบเอกสารต้นฉบับ — ตารางบำรุงรักษาทางการ GWM (อัปเดต 27 พ.ค. 2569)

ที่มา: เว็บไซต์ทางการ GWM Thailand · ราคาในตารางยังไม่รวม VAT 7% · อัตราค่าแรงศูนย์ 600 บาท/ชั่วโมง · บริษัทสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงราคา — เช็กเวอร์ชันล่าสุดก่อนใช้อ้างอิงเสมอ

เปิด PDF มาเจออะไรเป็นอย่างแรก: รอบเช็กไม่เท่ากันตั้งแต่ต้น

ก่อนจะไปถึงตัวเลขเงิน เรื่องแรกที่สะดุดตาคือเงื่อนไขการเข้าศูนย์ของสองคันนี้คนละโลกกันORA 5 EV เข้าเช็กทุก 15,000 กม. หรือ 12 เดือน (แล้วแต่อะไรถึงก่อน) ส่วน ORA 5 HEV เข้าทุก 10,000 กม. หรือ 6 เดือน แปลภาษาคนคือ ขับเท่าๆ กัน EV เข้าศูนย์ปีละครั้ง แต่ HEV เข้าปีละสองครั้ง ยังไม่ทันดูราคาเลย แค่จำนวนรอบก็ห่างกันเท่าตัวแล้ว

อีกเรื่องที่อยากเล่าแบบให้เครดิตคนในคอมมูนิตี้: ตารางเวอร์ชันก่อนหน้าของ EV เคยมีช่องที่ตัวเลขเพี้ยน (รอบ 120,000 กม. ค่าแรงกระโดดไป 5.9 ชั่วโมงทั้งที่เปลี่ยนแค่กรองแอร์) มีผู้ใช้ตาดีจับได้แล้วแจ้ง GWM ไป — เวอร์ชันล่าสุด 27 พ.ค. 2569 แก้เรียบร้อยแล้ว (เหลือ 1,140 บาทตามจริง) อันนี้คือเหตุผลว่าทำไมควรโหลดไฟล์เวอร์ชันล่าสุดเสมอ และทำไมบทความนี้ถึงอัปเดตตัวเลขใหม่ทั้งชุดตามเอกสารปัจจุบัน

คำนวณแบบที่ 1: ตามตาราง PDF เป๊ะๆ — ใครจ่ายเท่าไหร่ รอบไหน

เริ่มจากฝั่ง EV ก่อน — สิบรอบเช็กจนถึง 150,000 กม. (10 ปีตามเงื่อนไขเวลา) หน้าตาเป็นแบบนี้ (ค่าอะไหล่ + ค่าแรง ยังไม่รวม VAT):

รอบ (กม. / เดือน)เปลี่ยนอะไรหลักๆจ่าย (บาท)
15,000 / 12กรองแอร์960
30,000 / 24กรองแอร์1,140
45,000 / 36กรองแอร์ + น้ำมันเบรก + น้ำมันเกียร์2,638
60,000 / 48กรองแอร์1,140
75,000 / 60กรองแอร์ + น้ำยาหล่อเย็นชุดใหญ่3,638
90,000 / 72กรองแอร์ + เบรก + เกียร์2,818
105,000 / 84กรองแอร์960
120,000 / 96กรองแอร์1,140
135,000 / 108กรองแอร์ + เบรก + เกียร์2,638
150,000 / 120กรองแอร์ + น้ำยาหล่อเย็นชุดใหญ่3,818
รวม 150,000 กม. / 10 ปี20,890

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนผมไหม — มันโล่งมาก ปีส่วนใหญ่จ่ายแค่ค่ากรองแอร์กับค่าแรงไม่ถึงพันสองพัน เพราะ EV ไม่มีน้ำมันเครื่อง ไม่มีหัวเทียน ไม่มีไส้กรองอากาศเครื่องยนต์ให้เปลี่ยน ที่ชอบเป็นพิเศษคือทุกรอบศูนย์จะเช็กสุขภาพแบตแรงดันสูง (SOH) ให้ฟรีเป็นรายการตรวจมาตรฐาน — เท่ากับเรามีผลตรวจแบตรายปีไว้ใช้ตอนขายต่อหรือเคลมโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

ทีนี้ฝั่ง HEV — สิบรอบเหมือนกัน แต่ไปจบที่ 100,000 กม. (5 ปี):

รอบ (กม. / เดือน)เปลี่ยนอะไรหลักๆจ่าย (บาท)
10,000 / 6น้ำมันเครื่อง + กรอง1,760
20,000 / 12น้ำมันเครื่อง + กรองอากาศ + กรองแอร์ + หัวเทียน4,930
30,000 / 18น้ำมันเครื่อง + กรอง1,760
40,000 / 24ชุดเดียวกับ 20,0005,710
50,000 / 30น้ำมันเครื่อง + กรอง1,760
60,000 / 36ชุดเดียวกับ 20,0005,110
70,000 / 42น้ำมันเครื่อง + กรอง1,760
80,000 / 48เมเจอร์ใหญ่ — เพิ่มน้ำมันเกียร์ เบรก น้ำยาหล่อเย็นยกชุด10,911
90,000 / 54น้ำมันเครื่อง + กรอง1,760
100,000 / 60ชุดเดียวกับ 20,0004,960
รวม 100,000 กม. / 5 ปี40,421

ความเห็นส่วนตัวหลังไล่ตาราง HEV จบ: หัวเทียนเปลี่ยนทุก 20,000 กม. นี่แอบถี่นะ (ครั้งละ 1,560 บาท ปีละครั้งที่ระยะขับทั่วไป) บวกน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ + ไส้กรอง + แหวน ที่มาเป็นแพ็กพื้นฐาน 1,400 บาททุกรอบ และเมเจอร์ 80,000 กม. ที่ทะลุหมื่นเดียวจบ — ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ศูนย์โก่งราคา มันคือธรรมชาติของรถที่มีเครื่องยนต์สันดาปอยู่ข้างใน ของพวกนี้ต้องเปลี่ยนจริง แค่ EV ไม่มีของพวกนี้ให้เปลี่ยน

เทียบกันแบบแฟร์ๆ (ระยะไม่เท่ากัน ต้องหารต่อหน่วยก่อน):

มุมมองORA 5 EVORA 5 HEVต่างกัน
ค่าเช็กต่อกิโลเมตร~0.14 บาท~0.40 บาท~2.9 เท่า
ค่าเช็กเฉลี่ยต่อปี (ตามเงื่อนไขเวลา)~2,100 บาท~8,100 บาท~3.9 เท่า
เข้าศูนย์ปีละ 1 ครั้งปีละ 2 ครั้งเท่าตัว
ORA 5 EV — เข้าศูนย์ปีละ 1 ครั้ง ~2,100 บาท/ปี ORA 5 HEV — เข้าศูนย์ปีละ 2 ครั้ง ~8,100 บาท/ปี
ค่าเช็กศูนย์เฉลี่ยต่อปีตามตาราง GWM (ยังไม่รวม VAT) — แท่งสั้นยาวตามสัดส่วนเงินจริง

หมายเหตุที่ต้องบอกให้ครบ: ราคาทั้งหมดยังไม่รวม VAT 7% (โดนเท่ากันทั้งคู่), ค่าแรงศูนย์คิด 600 บาท/ชั่วโมง และช่วงเปิดตัวมักมีแคมเปญฟรีค่าแรงเช็กระยะ ซึ่งถ้าได้มา ตัวเลขทั้งสองฝั่งจะเบาลงอีก (เช็กเงื่อนไขตอนจองว่าได้กี่ปี/กี่กิโล)

คำนวณแบบที่ 2: กางยาวทุก 5 ปี ถึง 30 ปี — รวมของที่ PDF ไม่ได้บอก

ตาราง PDF บอกแค่ค่าเช็กศูนย์ แต่ชีวิตจริงมีค่าใช้จ่ายอีกหลายก้อนที่ต้องเอามารวมให้เห็นภาพ: ค่ารถ ค่าไฟ/ค่าน้ำมัน ค่าลงทุนตู้ชาร์จ ค่าขอมิเตอร์ TOU ค่ายาง — ผมเลยตั้งโมเดลของตัวเองขึ้นมา คำนวณสะสมทุก 5 ปี ยาวไปถึง 30 ปี สมมติฐานที่ใช้ (สำคัญมาก อ่านก่อนดูตาราง):

  • ระยะขับ 18,000 กม./ปี (~1,500 กม./เดือน — ขับน้อยแบบผม)
  • ราคารถรุ่น PRO ช่วงโปร: EV 649,000 / HEV 709,000 บาท (เช็กล่าสุดที่หน้าตารางผ่อน EV / HEV เพราะแคมเปญเปลี่ยนบ่อย)
  • EV ชาร์จบ้าน: ไฟบ้าน ~4.2 บาท/หน่วย รถกิน ~16.5 หน่วย/100 กม. → ~0.70 บาท/กม. | แบบ TOU ชาร์จกลางคืน ~2.7 บาท/หน่วย → ~0.45 บาท/กม.
  • ค่าลงทุนฝั่ง EV (ของที่ PDF ไม่บอก): wallbox พร้อมติดตั้ง ~30,000 (จ่ายครั้งเดียว — หลายโปรแถมฟรี) และถ้าเล่นสาย TOU บวกค่ามิเตอร์/ดำเนินการอีก ~9,000 + ค่าบริการมิเตอร์ ~500/ปี
  • HEV เติม E20 (รถรองรับ): ~37.9 บาท/ลิตร กินจริงเผื่อแล้ว ~5 ลิตร/100 กม. → ~1.9 บาท/กม.
  • ค่าเช็กศูนย์ตาม PDF จริง + VAT 7%: EV ~2,700/ปี · HEV ~8,650/ปี
  • ค่ายางเท่ากันทั้งคู่ ~14,000 ทุก 5 ปี | ไม่รวมประกัน/ภาษีประจำปี (ใกล้เคียงกัน) | ตรึงราคาพลังงานคงที่ — ถ้าใส่เงินเฟ้อน้ำมันจริง ช่องว่างจะยิ่งถ่างเข้าข้าง EV

ได้ตารางสะสม (ราคารถ + ค่าลงทุน + พลังงาน + ค่าเช็ก + ยาง) ตัวเลขกลมๆ:

ปีที่EV ชาร์จบ้านปกติEV ชาร์จบ้าน TOUHEV (E20)HEV แพงกว่า EV ปกติ
5~770,000~759,000~937,000~167,000
10~860,000~829,000~1,166,000~306,000
15~951,000~900,000~1,394,000~443,000
20~1,041,000~970,000~1,622,000~581,000
25~1,132,000~1,041,000~1,850,000~718,000
30~1,222,000~1,111,000~2,079,000~857,000
ORA 5 HEV (E20) EV ชาร์จบ้านปกติ EV ชาร์จบ้าน TOU 0 5 แสน 1 ล้าน 1.5 ล้าน 2 ล้าน วันออกรถ ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี 20 ปี 25 ปี 30 ต่าง ~8.6 แสน ที่ปี 30
ค่าใช้จ่ายสะสม 30 ปี (ราคารถ + ค่าลงทุน + พลังงาน + ค่าเช็ก + ยาง) — เส้นส้มชันกว่าและถ่างออกทุกปี ไม่มีจุดตัดกลับ

มองเป็นรายเดือนจะเห็นภาพสุด — ค่าใช้จ่ายวิ่ง (พลังงาน + เช็กศูนย์ + ยาง) ของรถคันเดียวกันนี้:

แบบเฉลี่ยต่อเดือน
EV ชาร์จบ้าน TOU~1,200 บาท
EV ชาร์จบ้านปกติ~1,500 บาท
HEV เติม E20~3,800 บาท
EV ชาร์จบ้าน TOU ~1,200 บาท/เดือน EV ชาร์จบ้านปกติ ~1,500 บาท/เดือน HEV เติม E20 ~3,800 บาท/เดือน
ค่าใช้จ่ายวิ่งเฉลี่ยต่อเดือน (พลังงาน + ค่าเช็ก + ยาง) ที่ระยะขับ 18,000 กม./ปี — รถคันเดียวกัน ต่างแค่วิธีเติมพลังงาน

อ่านผลแบบบ้านๆ: ขับน้อยแค่ไหน EV ก็ยังถูกกว่า เพราะเคสนี้ EV ไม่ได้ "ต้องขับเยอะเพื่อคืนทุน" — มันถูกกว่าตั้งแต่ราคารถ แล้วก็ถูกลงเรื่อยๆ ทุกกิโลเมตรที่วิ่งและทุกรอบที่เข้าศูนย์ ช่องว่างที่ 5 ปีแสนหกหมื่น ลากไป 30 ปีกลายเป็นเกือบราคารถใหม่อีกคัน (~8.5 แสน) และนี่คือตัวเลขที่ตรึงราคาน้ำมันคงที่ไว้แล้วนะ — โลกจริงน้ำมันขึ้นทุกปี ส่วนค่าลงทุน TOU 9,000 บาท คืนทุนใน ~2 ปีครึ่ง หลังจากนั้นประหยัดเดือนละ ~300 ไปตลอด (รายละเอียดการขอมิเตอร์/ติดตั้งอ่านต่อในไกด์การชาร์จรถ ORA)

แล้วถ้าซ่อมใหญ่ล่ะ? — ใส่กรณีโหดสุดให้ดู

คำถามที่ทุกคนเก็บไว้ในใจ: "แล้วถ้าแบต EV พังล่ะ?" ลองใส่สถานการณ์โหดสุดแบบไม่เข้าข้างใคร — สมมติ EV ต้องเปลี่ยนแบตทั้งลูกปีที่ 13 ที่ราคาเต็มวันนี้ ~300,000 บาท (ซึ่งโหดเกินจริง เพราะแบต LFP ของรุ่นนี้เสื่อมช้า ขับน้อยรอบชาร์จยิ่งน้อย วอร์รันตีแบตคลุม 8 ปี/180,000 กม. แถมราคาแบตในตลาดลดลงทุกปี) เทียบกับฝั่ง HEV เจอเทอร์โบ + แบตไฮบริดหมดวอร์รันตีรวม ~105,000 ช่วงปีที่ 12-13

ผลคือที่ 15 ปี EV ยังถูกกว่าราว 250,000 บาท และที่ 30 ปียังถูกกว่าราว 660,000 บาท — แบตทั้งลูกราคาเต็มยังกลบส่วนต่างไม่ได้ เพราะค่าน้ำมัน + ค่าเช็กที่ HEV จ่ายแพงกว่าทุกปีมันทบต้นไปไกลเกินกว่านั้นแล้ว ยิ่งมองยาว 25-30 ปี รถเครื่องสันดาปมีชิ้นส่วนสึกหรอรอคิวอีกเพียบ (เครื่อง เกียร์ DHT ระบบหัวฉีด ท่อไอเสีย) ขณะที่ EV จุดตายมีจุดเดียวคือแบต ซึ่งศูนย์เช็ก SOH ให้ดูฟรีทุกปีอยู่แล้ว — เห็นอาการล่วงหน้าได้ ไม่ใช่พังแบบเซอร์ไพรส์

มุมผมตรงๆ — หลังนั่งกางเอกสารจบ

ถ้าบ้านชาร์จได้: เลือก ORA 5 EV แบบไม่ต้องคิดเยอะ ตัวเลขมันชนะทุกด้านจนไม่มีอะไรให้เถียง และที่ผมให้ค่ามากกว่าเงินคือเวลา — HEV เข้าศูนย์ปีละ 2 รอบ รอบละครึ่งค่อนวันถ้ารวมเดินทาง+รอคิว สิบปีคือ 20 รอบ ส่วน EV สิบปีเข้าแค่ 10 รอบ แล้วส่วนใหญ่เป็นรอบสั้นๆ เปลี่ยนกรองแอร์ตัวเดียว ขับน้อยอย่างผมยิ่งรู้สึก เพราะรถแทบไม่ได้ใช้แต่ยังต้องหอบไปเข้าศูนย์ตามเงื่อนไขเวลาอยู่ดี

ถ้าบ้านชาร์จไม่ได้ + วิ่งต่างจังหวัดเส้นรองบ่อย: HEV ยังเป็นคำตอบที่มีเหตุผล — จ่ายแพงกว่าจริง แต่ซื้อความสะดวก "เติม 5 นาทีจบ ไม่ต้องวางแผนชีวิตรอบตู้ชาร์จ" ซึ่งบางชีวิตมันจำเป็นจริงๆ อันนี้ผมเคารพ ไม่มีถูกผิด มีแต่ตรงกับชีวิตใครมากกว่า (ใครยังชั่งใจเรื่องไลฟ์สไตล์มากกว่าตัวเงิน อ่านต่อที่ORA 5 EV vs HEV เลือกคันไหนดี)

สรุปส่งท้าย

ตารางทางการยืนยันชัด: EV เช็กศูนย์ถูกกว่า ~2.9 เท่าต่อกิโลเมตร เข้าศูนย์น้อยกว่าเท่าตัว บวกค่าพลังงานที่ถูกกว่าเกือบสามเท่า ทำให้โมเดล 30 ปีห่างกันระดับแปดแสน ทั้งหมดเป็นการประเมินบนสมมติฐานที่ผมแจกแจงไว้ — ค่าไฟบ้านคุณ ระยะขับ และโปรช่วงซื้ออาจต่างจากนี้ เอาเลขของตัวเองแทนลงไปได้เลย โครงคิดเดียวกัน และอย่าลืมโหลด PDF สองไฟล์ด้านบนไปเปิดดูเอง ก่อนตัดสินใจ ดูราคารถปัจจุบันได้ที่หน้าราคาและตารางผ่อนทุกรุ่น

มุมมองจากทีม ORAHEV: เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่อยากให้คนซื้อรถทุกคนทำก่อนจอง — ตารางบำรุงรักษาบอกอนาคตค่าใช้จ่ายได้แม่นกว่าคำพูดเซลล์ทุกคน และเคสนี้มันบอกชัดว่า "ขับน้อยให้ซื้อไฮบริด" ใช้กับ ORA 5 ไม่ได้ เพราะ EV ถูกกว่าตั้งแต่วันแรกยันวันขายต่อ — ขอแค่บ้านมีปลั๊กให้เสียบเท่านั้นเอง

คำถามที่พบบ่อย

ค่าบำรุงรักษา ORA 5 EV กับ HEV ตามตารางศูนย์จริง ต่างกันเท่าไหร่?

จากตารางบำรุงรักษาทางการ GWM (อัปเดต 27 พ.ค. 2569) — ORA 5 EV เช็กทุก 15,000 กม./12 เดือน รวมถึง 150,000 กม. จ่าย 20,890 บาท ส่วน HEV เช็กทุก 10,000 กม./6 เดือน รวมถึง 100,000 กม. จ่าย 40,421 บาท คิดต่อกิโลเมตร EV ~0.14 บาท / HEV ~0.40 บาท — ต่างกันราว 2.9 เท่า (ราคายังไม่รวม VAT 7%)

ORA 5 EV หรือ HEV คุ้มกว่าในระยะยาว?

ถ้าชาร์จบ้านได้ EV คุ้มกว่าทุกช่วงเวลา — ถูกกว่าตั้งแต่ราคาเปิด (โปรต่างกันราว 60,000 บาท) ค่าพลังงานถูกกว่า ~2.7 เท่า และค่าเช็กศูนย์ถูกกว่า ~2.9 เท่า จากโมเดลของเรา ส่วนต่างสะสมที่ 10 ปีราว 3 แสน และที่ 30 ปีทะลุ 8.5 แสนบาท แม้รวมค่าลงทุน wallbox แล้ว

ติดตั้งที่ชาร์จบ้าน + ขอมิเตอร์ TOU ต้องลงทุนเท่าไหร่ คืนทุนกี่ปี?

wallbox พร้อมติดตั้งเผื่องบราว 30,000 บาท (หลายแคมเปญแถมฟรี) ส่วนมิเตอร์ TOU/มิเตอร์ลูกที่สองราว 8,000-9,000 บาท — TOU ลดค่าชาร์จจาก ~0.70 เหลือ ~0.45 บาท/กม. ที่ระยะ 18,000 กม./ปี ประหยัดราว 4,500 บาท/ปี คืนทุนค่ามิเตอร์ใน ~2-2.5 ปี หลังจากนั้นถูกยาว

ตารางบำรุงรักษาทางการดาวน์โหลดได้ที่ไหน?

GWM เผยแพร่เป็น PDF บนเว็บทางการ และเราแนบไฟล์ทั้งสองรุ่นไว้ในบทความนี้ให้โหลดเก็บได้เลย — แนะนำให้เปิดดูเองหนึ่งรอบก่อนตัดสินใจ เพราะเห็นเลยว่าแต่ละรอบเช็กเปลี่ยนอะไร จ่ายค่าอะไหล่กับค่าแรงเท่าไหร่ (ค่าแรงศูนย์คิด 600 บาท/ชั่วโมง)

มีรถแล้วก็ต้องมีของคู่รถ

เราคัดของแต่ง-อุปกรณ์รถ ORA จาก Shopee มาให้แล้วแบบไม่ซ้ำ — กรองตามรุ่นรถและหมวดสินค้าได้ในคลิกเดียว

รวมปัญหา ORA 5 ล็อตแรกที่ควรรู้ก่อนรับรถ
ไกด์ก่อนซื้อ อ่าน 8 นาที

รวมปัญหา ORA 5 ล็อตแรก จอเอียง สีหลุด เบาะไม่เท่า ที่ปัดน้ำฝนดัง + วิธีแก้

รวมปัญหา ORA 5 ล็อตแรกจากเจ้าของรถจริง — งานประกอบ (จอเอียง งานสี วิ่งเอียงซ้าย) ระยะเบาะไม่เท่า ใบปัดน้ำฝนดัง พร้อมวิธีแก้และเช็กลิสต์ก่อนรับรถ

รีวิว ORA 5 EV 2026
รีวิวรถ อ่าน 9 นาที

รีวิว ORA 5 EV 2026 — SUV ไฟฟ้า 520 กม. คันนี้คุ้มไหม อ่านก่อนจอง

รีวิว ORA 5 EV แบบเจาะลึกทุกมุม ตั้งแต่สเปคจริง ระยะทางใช้จริง ค่าชาร์จ ออปชัน PRO vs ULTRA จุดเด่นจุดสังเกต พร้อมสรุปว่าเหมาะกับใคร

รีวิว ORA 5 HEV 2026
รีวิวรถ อ่าน 8 นาที

รีวิว ORA 5 HEV — ไฮบริด 223 แรงม้า ไม่ง้อที่ชาร์จ น่าซื้อแค่ไหน

เจาะลึก ORA 5 HEV ไฮบริดเต็มรูปแบบจาก GWM แรงสุดในคลาส ออปชันเท่ารุ่น EV วิเคราะห์ความคุ้มเทียบคู่แข่งญี่ปุ่น พร้อมตารางผ่อนทุกรุ่นย่อย